10 หลักจิตวิทยา หลอกสมองให้รู้สึก “อยากกินน้อยลง” เพื่อคนลดความอ้วน

เมื่อพูดถึงเรื่อง “อาหาร” หลายคนอาจจะยอมรับว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมการกินได้สักเท่าไหร่ พอรู้ตัวอีกทีก็น้ำหนักเพิ่มขึ้นหลายกิโลกรัมซะแล้ว

1 ใน 10 ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกมันจะเจอกับปัญหาโรคอ้วน เหตุนี้ทำให้หลายคนอาจจะรู้สึกกังวลขึ้นมา บางคนถึงขั้นหักดิบด้วยการอดอาหารซะเลย แต่นั่นอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนักและส่งผลเสียตัวสุขภาพ ดังนั้นวิธีการหลอกสมองให้กินอาหารน้อยลงอาจจะเป็นตัวช่วยที่ดี งานนี้บอกเลยว่าเอาใจคนอยากลดความอ้วนโดยเฉพาะ

1.ใช้จานและชามขนาดเล็ก

ผลการวิจัยที่ถูกนำมาเผยแพร่ในเดือนมกราคม 2012 จากวารสารวิจัยผู้บริโภค พบว่าเวลาที่ทานอาหารผู้คนมักจะใช้จานที่มีขนาดเล็กมากกว่าขนาดใหญ่

และนี่คือเหตุผลที่นักวิจัยคิดว่า เป็นผลมาจากภาพลวงตา Delboeuf  โดยการใช้จานที่มีพื้นที่ขอบกว้างๆ จะทำให้คนกินรับรู้ปริมาณอาหารมากกว่าความเป็นจริง

นอกจากนี้ การศึกษาวิจัยในปี 2006 ยังพบอีกว่า แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ก็ได้ทดลองการกินไอศกรีมโดยใช้ชามใบใหญ่ ซึ่งก็พบว่ามันทำให้พวกเขากินไอศกรีมได้มากกว่า เมื่อเทียบกับคนที่ใช้ชามใบเล็กกว่า


2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจานหรือชามของคุณ มีสีที่ตรงข้ามกับอาหาร

จากผลการวิจัยผู้บริโภคในปี 2012 พบว่า สีของจานชามก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะความแตกต่างระหว่างสีของอาหารกับสีของจาน ทำให้สมองอาจจะถูกหลอกให้คุณกินได้น้อยลงได้

หากคุณตักซุปมะเขือเทศลงในชามสีขาว นั่นอาจจะทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะตักอาหารมากกว่าคนที่ใช้จานสีแดง


3. ใช้อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร และผ้าปูโต๊ะสีลวงตา

จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมสมองของเราคือสีของผ้าปูโต๊ะ เพราะเมื่อสีของผ้าปูโต๊ะ ตรงข้ามกับสีของจานชาม จะทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อยลง

นักวิจัยยังได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้อีกว่า เพราะการใช้ผ้าปูโต๊ะที่มีสีสันจะช่วยอำพรางตาบริเวณขอบหรือริมโต๊ะได้ซึ่งจะทำให้เห็นปริมาณอาหารที่น้อยลง


4. เลือกขนมคบเคี้ยวที่ไม่เกิน 100 แคลอรี่

แน่นอนว่าการรับประทานขนมคบเคี้ยวที่ไม่เกิน 100 แคลอรี่ นอกจากจะช่วยทำให้คุณกินได้น้อยแล้ว ยังทำให้ไม่อ้วนอีกด้วย เพราะจากการศึกษาวิจัยในปี 2011 พบว่า ผู้คนกว่า 25.2% ทานอาหารที่มีแคลอรี่น้อยลง หลังได้รับประทานขนมคบเคี้ยวถุงใหญ่ที่ไม่เกิน 100 แคลอรี่ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะมีประสิทธิภาพอย่างมากกับผู้ที่มีน้ำหนักเยอะ


5. ห้ามรับประทานอาหารหน้าคอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์

ผลการศึกษางานวิจัยในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition พบว่า ยิ่งเราเสียสมาธิมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งกินมากขึ้นเท่านั้น
ทางด้าน นักวิจัยยังรายงานว่า ผู้ที่เล่นไพ่ในขณะที่รับประทานอาหาร จะไม่รู้สึกอิ่มเลยแม้จะทานอาหารในปริมาณที่มากกว่าผู้ที่ไม่ได้เล่นอะไรเลย
โดยผู้ที่เล่นไปด้วยกินไปด้วยยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้ได้กินอะไรลงไป นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่มีสมาธิในการกิน จึงทำให้ทานอาหารได้เพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้เราอ้วนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย


6.เก็บอาหารให้พ้นมือ

ความสะดวกสบาย และการมองเห็น มีผลต่อการรับประทานอาหารของเราอย่างมาก ซึ่งจากผลการวิจัยในปี 2550 ในวารสารสาธารณสุข พบว่า เมื่อนักวิจัยได้ลองนำภาชนะที่บรรจุลูกอมช็อกโกแลตไปวางบนโต๊ะ และเอาไว้ในลิ้นชักของผู้ที่ได้รับการทดสอบ ในขณะที่ผู้คนจะลุกออกจากโต๊ะ พวกเขาจะยื่นมือไปหยิบช็อกโกแลตที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่กลับไม่หยิบช็อกโกแลตที่วางอยู่ในลิ้นชัก ซึ่งห่างจากตัวเพียงแค่ 2 เมตร
นั่นเป็นผลมาจากความสะดวกสบายของการมองเห็น จึงมีโอกาสที่จะหยิบง่ายกว่า

ดังนั้น หากใครที่ไม่อยากทานขนมหวานเหล่านี้ ก็จงเก็บมันเอาไว้ให้อยู่ห่างจากมือของคุณซะ


7.ใช้แก้วใส่เครื่องดื่มที่สูงขึ้น

จากผลการศึกษาวิจัยในวารสารการแพทย์อังกฤษ หากใช้แก้วทรงที่มีขนาดเตี้ยและกว้าง จะเป็นการเทเหล้ามากกว่าปริมาณที่ควรมากถึง 20% ถึง 30%
ในขณะที่เมื่อใช้แก้วทรงสูง ปากแก้วแคบ สมองก็จะถูกหลอกว่าเทเครื่องดื่มน้อยลงกว่าเดิม ดังนั้น หากใครที่อยากผอม หรือไม่อยากรับพลังงานเยอะเกินที่ควร การเลือกใช้แก้วใส่เครื่องดื่มทรงสูง สามารถช่วยคุณได้


8.ใช้ส้อมที่มีขนาดใหญ่

แม้มันอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่จากผลการวิจัยปี 2011 ในวารสารวิจัยผู้บริโภค พบว่าผู้ที่ได้รับการทดลองทานอาหารโดยใช้ส้อมขนาดใหญ่จะรับประทานอาหารได้น้อยกว่าคนที่ใช้ส้อมขนาดเล็ก


9.ลองจินตนาการถึงการทานอาหารโปรดของคุณดูสิ

จากผลการวิจัยในปี 2010 จาก Science ได้รายงานว่า ถ้าหากเราลองจินตนาการว่ากำลังรับประทานอาหารโปรดอยู่จะทำให้เรารู้สึกอยากอาหาร หรือทานอาหารได้น้อยลง

วิธีนี้ทางนักวิจัยได้คาดการณ์ว่าจะสามารถใช่ได้ผลกับอาหารที่เราจินตนาการถึงเท่านั้น นอกจากนี้นักวิจัยยังได้ระบุว่า “การจินตนาการในบางเรื่องถือเป็นการทดแทนประสบการณ์จริง ความแตกต่างระหว่างการจินตนาการ และการประสบความสำเร็จ อาจจะทำให้เราทำอะไรได้น้อยลงกว่าที่คิดไว้ก้อนหน้านี้”


10.ตัดอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ

ภาควิชาจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย ในรัฐแอริโซนา ได้ทำการศึกษาว่า การตัดอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ สามารถหลอกสมองของเราให้คิดว่ารับประทานอาหารได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้น จึงทำให้เราทานได้น้อยลง
นอกจากนี้ ทางนักวิจัยยังได้ให้นักเรียนกว่า 301 ได้ทานเบเกิลขนาด 82 กรัม โดยจะสามารถไม่ตัดหรือจะตัดแบ่งเป็น 4 ชิ้นก็ได้

ซึ่งหลังจากที่พวกเขากินเบเกิลเท่าที่ต้องการแล้ว พวกเขาก็จะได้รับการเลี้ยงอาหารกลางวันฟรี ซึ่งสามารถวัดเป็นปริมาณอาหารได้คือ นักเรียนที่กินเบเกิลโดยไม่ได้ตัดแบ่งส่วนใหญ่จะได้รับปริมาณแคลอรี่ที่มากกว่า นักเรียนที่ตัดแบ่งเบเกิลออกเป็น 4 ชิ้น


หลักการเหล่านี้คงจะเป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะทำให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักกินอย่างพอดี ไม่กินตามใจปากมากเกินไป ทั้งนี้ต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพด้วย